เฉลยโจทย์ GIS ข้อที่ 5 ของเว็บรวมโลก

5. ทำแผนที่ในข้อ 4 ลงกระดาษ A4 save เป็นภาพ Jpeg ให้ดูด้วยคับ ?


Step 1) เริ่มจาก Map โปรเจค ที่เราจบในตอนทำข้อ 4 เนาะครับ ซึ่งมี 2 ชั้นข้อมูล คือ edu_all_landmark (สถานศึกษา ซึ่งรวมถึง ม.ขอนแก่น ที่ถูกเลือกไว้เป็นจุดสีฟ้า) และ village (ตำแหน่งหมู่บ้าน โดยหมู่บ้านที่อยู่รอบๆ ม.ขอนแก่นในระยะ 10 กม. ได้ถูกเลือกไว้ จึงเป็นจุดสีฟ้าด้วย) .. ที่นี้ การจะทำแผนที่ออกมาโดยมีแค่สองชั้นข้อมูลแบบนี้ มันจะไม่ค่อยสื่อความหมายซักเท่าไร ... อย่ากระนั้นเลย เราเพิ่มชั้นข้อมูลที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการเข้าใจสำหรับคนดูแผนที่เพิ่มขึ้นมาซักหน่อยดีก่าเนาะคับ


Step 2) แล้วเราก็เพิ่มชั้นข้อมูลมาอีก 4 ชั้น ได้แก่ Roads_one2four (ถนนหลวงที่มีหมายเลข 1- 4 หลัก), tambol (แนวเขตตำบล), amphur (แนวเขตอำเภอ), และ province (แนวเขตจังหวัด) .. จะสังเกตว่า ชั้นข้อมูลต่างๆ ยังมีสัญลักษณ์ที่ไม่ค่อยสวย, บังกัน, เห็นไม่ชัดเจน ดังนั้น เราจึงควรเปลี่ยนสัญลักษณ์การแสดงผลของชั้นข้อมูลเหล่านี้ซะหน่อย


Step 3) วิธีการเปลี่ยนเครื่องหมายสัญลักษณ์ ก็ทำได้โดยคลิ้กที่ตัวสัญลักษณ์ใต้ชื่อชั้นข้อมูลนั้นๆ แล้วก็จะเกิดหน้าต่าง "Symbol Selector" ขึ้นมา   ซึ่งถ้าเราคลิ้กที่ชั้นข้อมูลที่เป็นแบบจุด (point features) ก็จะได้ Symbol Selector ที่มีรายการดังข้างต้นให้เลือก (โปรดสังเกตว่า สัญลักษณ์ในเครื่องผมมีรูปหมูด้วย นั่นหมายถึงว่า เราสามารถทำสัญลักษณ์ในแบบของเราเองได้ด้วย สนใจก็ลองค้นหาวิธีทำใน Google ดูนะครับ)


Step 4) ถ้าคลิ้กที่สัญลักษณ์ของข้อมูลแบบเส้น ก็จะได้หน้าต่าง Symbol Selector ดังภาพข้างบนนี้ ซึ่งจะมีแนวเส้นหลายแบบให้เลือก ทดลองเปลี่ยนสี เปลี่ยนค่าความกว้าง และกดปุ่ม Properties เพื่อปรับแต่งอะไรดูเพิ่มเติมกันเองได้เลยนะครับ ไม่ต้องกลัวข้อมูลเสียหายครับ เพราะนี่เป็นแค่การแสดงผล พอเลือกเสร็จแล้ว ก็กดปุ่ม OK แล้วดูผลที่เกิดขึ้นนะครับ


Step 5) ถ้าคลิ้กที่สัญลักษณ์ของชั้นข้อมูลที่เป็น polygon (อย่างเช่น province) ก็จะได้หน้าต่างแบบข้างบนนี้มา ถ้าต้องการให้โปร่งสีก็คลิกคำวา Hollow นั่น แต่โดยมากจะใช้วิธีเลือกทางฝั่งซ้ายมือคร่าวๆ ให้ใกล้เคียงตามที่ต้องการก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนสีพื้น สีเส้นขอบ และความหนาเส้นขอบตรงส่วน Options ทางขวามือนั้นครับ


Step 6) ทีนี้ เราก็อาจจะสงสัยว่า .. เอ คลิ้กแบบนี้มันก็ทำสัญลักษณ์ได้แค่แบบเดียวสำหรับชั้นข้อมูลหนึ่งๆ สิ .. อย่างเช่นถนนเนี่ย ถ้าเราต้องการให้มันโชว์สัญลักษณ์แบบแตกต่างกันสำหรับถนนแต่ละระดับล่ะ จะทำยังไง .. ไม่ยากครับ คลิ้กขวาที่ชั้นข้อมูล Roads เลยครับ แล้วก็เลือก Properties


Step 7) จะเห็นว่าหน้าต่าง Layer Properties เนี่ย มี Tab ข้างบนให้เลือกตั้งประมาณ 10 รายการแหนะ .. Tab ต่างๆ ก็มีประโยชน์ให้ได้ใช้งานอยู่บ่อยๆ ครับ ลองคลิ้กศึกษากันดูนะคับ .. ในที่นี้ เราจะใช้แท็บที่ชื่อ Symbology เพื่อจัดการกับสัญลักษณ์ในระดับ advance .. เพื่อการแสดงถนนแต่ละประเภทให้มีสัญลักษณ์ที่ต่างกันโดยเราเป็นผู้กำหนดเอง ให้คลิ้กที่ Categories แล้วเลือก Unique values แล้วก็มาเลือก Value Field ว่า "SOURCETHM" (อันนี้เราควรไปเปิดดู attribute table มาก่อน ว่า field ไหนที่จะทำให้เราแยกประเภทวัตถุต่างๆ ในชั้นข้อมูลได้) แล้วจากนั้นก็กด Add All Values ก็จะปรากฏรายการของถนนทั้งสี่ระดับหรือสี่ประเภทนี้ขึ้นมา .. เราก็คลิ้กที่รูปเส้นเพื่อปรับเปลี่ยนสีหรือขนาดได้เลยครับ .. พอทำเสร็จสำหรับถนนทุกประเภทแล้ว ก็คลิ้ก Apply หรือไม่ก็ OK เลยก็ได้ครับ


Step 8) ทีนี้ก็จะเห็นว่าถนนของเรามีสัญลักษณ์แสดงถนนขนาดเล็กและขนาดใหญ่อย่างแตกต่างกันแล้วนะครับ .. ทีนี้ ต่อไปเราก็จะเปลี่ยนสีของพวก ตำบล อำเภอ จังหวัด มั่ง


Step 9) เราทำให้ Province กับ Amphur มีแต่เส้นขอบ ไม่มีสีพื้นหลัง แล้วก็ยกขึ้นมาอยู่ด้านบน tambol ทีนี้ก็จะเห็นข้อมูลทุกอย่างแล้วครับ


Step 10) ทีนี้ เนื่องจากว่า ชั้นข้อมูลสถานศึกษานั้น มีตำแหน่ง ม.ขอนแก่นที่ถูกไฮไลต์อยู่ และสีก็กลืนกับตำแหน่งหมู่บ้าน ดังนั้น เราต้องทำให้ ม.ขอนแก่นแตกต่าง .. ในที่นี้ เราจะแปลงจุด ม.ขอนแก่นออกมาเป็นอีกชั้นข้อมูลหนึ่งเลย ซึ่งจะมี ม.ขอนแก่นแค่จุดเดียวในชั้นข้อมูลนั้น วิธีการก็ง่ายๆ ครับ .. เนื่องจากว่าเราเลือกตำแหน่ง ม.ขอนแก่นไว้แล้ว ดังนั้น เราก็แค่ คลิ้กขวาที่ชื่อชั้นข้อมูล edu_all แล้วเลือก ==> data ==> export data


Step 11) ระบุตำแหน่งและชื่อไฟล์ (ชั้นข้อมูล) ที่จะบันทึก ในที่นี้จะตั้งชื่อว่า edu_KKU


Step 12) กล่องข้อความนี้ถามว่า จะให้เอาข้อมูลที่ export ออกมาเนี่ย ใส่เป็นชั้นข้อมูลหนึ่งใน Map เลยหรือเปล่า .. ตอบ Yes ไปครับ


Step 13) ทีนี้เราก็ได้ตำแหน่ง ม.ขอนแก่นแยกเป็นชั้นข้อมูลตะหากมาแล้ว แต่ว่ามันก็ยังเห็นไม่ชัดอยู่ดีแหละคับ เพราะว่าสีตรงตำแหน่งเดียวกันของชั้นข้อมูลข้างล่างยังถูกเลือกอยู่ ดังนั้น เราต้องยกเลิกการเลือกมันซะ ด้วยการคลิ้กขวาที่ชั้นข้อมูล edu_all แล้วเลือก ==> selection ==> clear selected features


Step 14) ได้แล้วครับ ตอนนี้เรามีตำแหน่ง ม.ขอนแก่นเป็นจุดรูป 5 เหลี่ยมสีน้ำเงินอยู่ตรงกลางภาพแล้ว และก็มีตำแหน่งหมู่บ้านในรัศมี 10 กม. รายล้อมโดยถูกไฮไลต์เป็นสีฟ้าอยู่รอบๆ .. ถือว่า เกือบพอสำหรับให้ทำเป็นแผนที่ออกมาได้แล้วครับ แต่ว่า เราเพิ่มรายละเอียดเรื่องชื่ออำเภอไปหน่อยดีกว่าเนาะคับ คนดูเขาจะได้เข้าใจได้ง่ายขึ้น


Step 15) การจะเลเบลชื่ออำเภอนั้น วิธีการก็คือ คลิ้กขวาที่ชั้นข้อมูล Amphur แล้วก็เลือกแท็บที่ชื่อ Labels ครับ .. แล้วก็ติ๊กถูกที่ "Label features in this layer" .. set ตัวอักษร ขนาด สี ซะให้พอเหมาะ ... ในที่นี้ เนื่องจากผมอยากได้ทั้งชื่ออำเภอและชื่อจังหวัดด้วย ผมก็ใช้วิธีคลิ้กที่ปุ่ม "Expression" (อันนี้เป็นการกำหนดแบบชั้นสูงหน่อยนะครับ ถ้าเอาง่ายๆ ธรรมดาก็แค่ระบุชื่อฟิลด์ในช่อง Label Field คับ) .


Step 16) ที่หน้าต่าง Label Expression นี้ ผมก็ใช้วิธีดับเบิลคลิ้กชื่อฟิลด์ "AMPHOE_T" กับ "PROV_NAM_T" ซึ่งเป็นฟิลด์ที่บรรจุชื่ออำเภอและจังหวัด ตามลำดับ แล้วก็พิมพ์คั่นกลางระหว่างสองชื่อนี้ ในช่องด้านล่างว่า & vbnewline & ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ให้ขึ้นบรรทัดใหม่ ก่อนที่จะแสดงชื่อจังหวัด .. แล้วก็กด OK เลยคับ


Step 17) กด OK อีกทีที่หน้าต่าง Layer Properties ก็จะได้เลเบลของชื่ออำเภอและจังหวัด แสดงมาดังในรูปแล้วครับ .... เท่านี้ก็พร้อมให้ทำเป็น Map ได้แล้ว !!


Step 18) การจะทำเป็น Map ให้มีมาตราส่วน และรายละเอียดต่างๆ ในแผนที่นั้น เราต้องทำใน Layout View ครับ (ซึ่งจะแตกต่างจาก Data View) งงกันมั้ยเนี่ยคับ ว่าผมพูดถึงส่วนไหนเนี่ย ดูในรูปข้างบนคับ ไอ้ปุ่มที่เหมือนรูปลูกโลกทางซ้ายมือนั้น คือปุ่มไว้ดูข้อมูลแบบ Data View ส่วนปุ่มรูปคล้ายๆ กระดาษเปล่าทางขวามือนั้น เอาไว้ดูข้อมูลแบบ Layout View ... เราคลิ้กที่ปุ่ม Layout View นี่เลยครับ


Step 19) ได้ Layout View แบบคร่าวๆ โชว์ขึ้นมาแล้ว .. กรอบด้านนอก หมายถึงขอบกระดาษที่จะพิมพ์ออกมา แล้วกรอบด้านใน ก็คือกรอบของส่วนแผนที่ที่อยู่ในภายในพื้นที่กระดาษนั้น (ศัพท์ของ ArcGIS เรียกส่วนนี้ว่า Data Frame = กรอบข้อมูล .. ดังนั้น ผมก็จะเรียกส่วนแผนที่นี้ ว่า Data Frame นะคับ) โดยที่ กระดาษนั้นยังสามารถใส่สิ่งอื่นๆ เช่น ข้อความ, สัญลักษณ์ต่างๆ, มาตราส่วน, ฯลฯ รวมถึงใส่ Data Frame ใหม่ เพิ่มเข้าไปได้อีกด้วย .. แล้วถ้ามีอะไรที่หลุดออกมานอกกรอบด้านนอก เวลาสั่ง Print หรือ Export ออกมาเป็นภาพ ก็จะไม่ติดออกมาด้วย .. ในรูปนี้ จะเห็นว่า เรายังต้องเพิ่มอะไรเข้ามาในกระดาษอีกเยอะพอสมควร ถึงจะทำให้แผนที่เราสื่อความหมายได้ชัดเจน


Step 20) แต่ก่อนที่เราจะใส่อะไรเข้าไปเพิ่มเติม ให้ตรวจสอบดูขนาดกระดาษก่อนครับ .. ให้คลิ้กขวาตรงตำแหน่งกระดาษว่างๆ แล้วเลือก "Page and Print Setup"


Step 21) ในหน้าต่าง Page and Print Setup นี้ ให้เราเลือกกระดาษขนาดตรงส่วน "Page" ด้านล่างเป็น A2 .. เหตุที่เลือกเป็น A2 เพราะว่า เวลาสั่ง Export map เป็นไฟล์ภาพ JPEG จะได้ขนาดไฟล์ที่ไม่ใหญ่เกินไป แต่มีรายละเอียดค่อนข้างชัดเจนดี .... อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งค่าขนาดกระดาษ ควรเลือกตามขนาดที่จะสั่งพิมพ์ออกมาจริงๆ ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้มาตราส่วนที่ระบุไว้ในตัวแผนที่ ไม่ตรงกับกระดาษที่สั่ง print ออกมา


Step 22) ที่นี้เราก็จัดตำแหน่ง Data Frame ให้อยู่ค่อนมาทางซ้ายของกระดาษดังในรูป .. หัวเรื่องแผนที่ข้างบนนั้น ได้มาจากการคลิ้กที่ไอคอนรูปตัว A ด้านล่าง แล้วก็ไปคลิ้กที่ส่วนว่างๆ เพื่อเขียนตัวอักษรลงไป (อ้อ ก่อนคลิ้กรูปตัว A ควรเปลี่ยนขนาดตัวอักษรก่อนด้วย ไม่เช่นนั้น ตัวอักษรอาจจะเล็กมากจนทำให้มองเห็นยาก และจับเปลี่ยนทีหลังได้ไม่ถนัด (มันเล็กจัด)


Step 23) ทีนี้เราจะมาใส่แนวเส้นบอกระบบพิกัดในตัวแผนที่หน่อย .. ขั้นตอนนี้ บางคนอาจรู้สึกว่าเข้าใจยาก .. จะพยายามอธิบายให้เข้าใจนะคับ .. เริ่มด้วยคลิ้กขวาที่ส่วน Data Frame แล้วเลือก Properties


Step 24) ในหน้าต่าง Data Frame Properties นี้ จะมี Tab อยู่ประมาณ 10 tab ... โดย Tab ที่เราจะใช้ใส่ค่าเส้นกริดให้แผนที่ก็คือแท็บที่ชื่อ Grids .. แล้วเวลาเราจะใส่เส้นกริดเข้าไปให้กับส่วน Data Frame เราก็จะกดปุ่ม New Grid


Step 25) หลังกดปุ่ม New Grid จะมีตัวเลือกให้เลือก 3 อย่างคือ "Graticule" (ใช้กับการทำแนวเส้นกริดที่ยึดตามค่าพิกัดแบบ Latitude, Longitude), "Measured Grid" (ใช้กับระบบพิกัดแบบ UTM หรือการทำ Projection แบบอื่นๆ), และ "Reference Grid" (เขาอธิบายว่า ใช้แบ่งแผนที่เป็นกริดเพื่อทำดัชนี .. แต่ผมไม่เคยลองคับ ดังนั้น ไม่ต้องรู้กันหรอกนะคับ


Step 26) ถ้าเลือกเป็น Measured Grid ก็จะได้หน้าตาอย่างนี้แทน


Step 27) ในที่นี้ เราจะทำระบบเส้นกริดทั้งสองระบบเลย เพื่อให้คนดูใช้ประโยชน์ได้กว้างขวางขึ้น .. ในรูปก็จะปรากฏว่ามีรายการกริดขึ้นมา 2 รายการ คือ "Graticules" และ "Measured Grid" .. ถ้าเราจะแก้ไขกริดตัวไหน ก็ไฮไลต์ที่ตัวนั้น แล้วคลิกปุ่ม Properties


Step 28) ในหน้าต่าง Reference System Properties นี้ จะมีแท็บให้เราเลือกจัดการกับส่วนต่างๆ ของเส้นกริดได้หลายอย่าง เช่น แท็บ Axes ก็เอาไว้กำหนดว่าเส้นแกน X, Y จะปรากฏในลักษณะ/สีสัน อย่างไร, ในแท็บ Labels ก็เอาไว้ตั้งค่าขนาดตัวอักษรที่แสดงค่าพิกัดอยู่รอบๆ ขอบกริด, แท็บ Lines ก็เอาไว้กำหนดส่วนเส้นตัดตรงกลาง ว่าจะให้โชว์หรือไม่โชว์ ถ้าโชว์ จะโชว์แบบเป็นเส้น หรือโชว์แบบแค่เป็นเครื่องหมายบวกตรงจุดตัด, ส่วนแท็บ System จะเป็นการกำหนดระบบพิกัดให้กับเส้นกริด เช่น สมมติเราใช้ระบบพิกัดแบบ UTM เราก็สามารถตั้งค่าได้ว่า จะให้ใช้ค่าพิกัดตาม Zone 47 หรือ Zone 48 เป็นต้น, ท้ายสุด ส่วน Intervals จะเป็นส่วนที่กำหนดระยะห่างของเส้นกริด เราควรวางให้ห่างกันพอประมาณ ไม่ถี่เกินไป ไม่ห่างเกินไป ..... ทีนี้ ปัญหาหนึ่งที่คนทำแผนที่ GIS มักจะงง คือ ทำไมค่าพิกัดที่เป็นระบบ UTM จึงมักโชว์มีเลข .00 ต่อท้าย .. ทำไงจึงจะไม่โชว์ เพราะมันช่างดูรกตายิ่ง .. วิธีการก็คือ ให้คลิ้กที่ปุ่ม Additional Properties


Step 29) หน้าต่าง Grid Label Properties ก็จะโผล่ขึ้นมา .. ให้คลิ้กปุ่ม Number Format ข้างล่างครับ


Step 30) เคล็ดลับในการทำให้ไม่มี .00 ในค่าพิกัด ก็อยู่ในหน้าต่าง Number Format Properties นี้แหละคับ .. ให้คลิ้กเลือก Number of significant digits แล้วตัวเลขข้างล่างจะเป็น 6 หรือ 7 ก็ได้ (ตามระบบพิกัด UTM ค่าจะมี 6 ถึง 7 หลัก) .. จริงๆ แล้วมันควรตั้งเป็น 7 หลักเท่านั้นใช่มั้ยล่ะถึงจะแสดงค่าพิกัดได้ครบถ้วน แต่เท่าที่เคยเลย ตั้งเป็น 6 หลักก็แสดงได้เหมือนกัน ดังนั้น จึงบอกได้แค่ว่า ผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันจ้า


Step 31) กด OK, OK, OK เพื่อปิดหน้าต่างที่ตั้งค่าต่างๆ ไป ทีนี้เราก็จะได้ค่าพิกัดที่ถูกต้องสวยงามทั้งในระบบ Lat/Long และระบบ UTM แล้ว ..... ถ้าท่านอ่านถึงตรงนี้แล้วรู้สึกงงๆๆ .. แสดงว่า .. ท่านไม่ค่อยเข้าใจ 55555 ........ อ้อ มีสิ่งที่ต้องเน้นย้ำนิดนึงนะคับ แต่สำคัญมาก!!!!!!!! คือ ปุ่มที่ใช้ซูมเข้าซูมออกหรือเคลื่อนแผนที่ในมุมมองแบบ Layout View เนี่ย จะใช้ชุดเครื่องมือคนละชุดกันกับ Data View นะคับ คือ ของ Data View จะใช้พวกปุ่มที่เราคุ้นเคยกันในแถวบนสุดนั่น แต่ของ Layout View จะใช้ชุดพวกปุ่มที่อยู่แถวล่าง (จริงๆ แล้วเราจับมันอยู่สลับที่กันได้ โดยไปไว้ได้หลายส่วนในกรอบหน้าต่าง ArcGIS) สังเกตว่าลักษณะปุ่มมันจะมีรูปกระดาษแผ่นน้อยๆ เป็นพื้นหลังอยู่


Step 32) ตอนนี้ แผนที่ของเราก็มีเส้นกริดแล้ว มีหัวเรื่องแล้ว .. เราจะมาเพิ่มรายละเอียดส่วนอื่นๆ เข้ามาอีก


Step 33) เมื่อคลิกที่เมนู Insert จะเห็นว่ามีรายการอะไรต่างๆ ให้แทรกไปได้มากมายเลย ในที่นี้ สิ่งที่เราจะแทรกเพิ่มก็จะมี Data Frame (ไว้ทำกรอบแผนที่อีกชุดหนึ่ง), Text (จะใส่คำว่า มาตราส่วน, ระบบพิกัด, ฯลฯ), Legend (ใส่คำอธิบายสัญลักษณ์), North Arrow (ใส่เครื่องหมายทิศ), Scale Bar (ใส่ มาตราส่วนแบบเส้น), Scale Text (ใส่ มาตราส่วนแบบตัวเลข), และ Picture (ใส่ภาพลงไป) .... หลายอย่างแทรกได้โดยไม่มีอะไรซับซ้อนมาก จึงไม่ขออธิบายนะครับ จะเน้นอธิบายเฉพาะเรื่องการแทรก Legend กับ Data Frame ซึ่งค่อนข้างมีรายละเอียดเยอะ และเดาเอาเองยากหน่อยคับ


Step 34) เชื่อว่าทุกท่าน น่าจะทำได้ตามในภาพนี้ เมื่อลองคลิ้กเมนูต่างๆ ใน step ก่อนหน้านี้ .. ในภาพจะเห็นว่า เราได้เพิ่ม เครื่องหมายแสดงทิศเหนือ (North Arrow), คำว่า "มาตราส่วน", scale text, scale bar, คำอธิบายว่า แผนที่นี้ใช้ระบบพิกัด UTM, และ ภาพ Logo เว็บ GoodJai ของผม .. เราก็เหลือพื้นที่กว้างๆ ตรงด้านขวามืออยู่ สำหรับใส่คำอธิบายสัญลักษณ์แผนที่ และกรอบ Data Frame อีก 1 กรอบ


Step 35) ขั้นตอนนี้จะเป็นการใส่คำอธิบายเครื่องหมายแสดงสัญลักษณ์ ให้คลิ้กเมนู Intert ==> Legend


Step 36) ในหน้าต่าง Legend Wizard เนี่ย .. ปกติ ทุกชั้นข้อมูลที่เราติ๊กโชว์อยู่ ก็จะปรากฏรายการอยู่ทางช่องขวามือ นั่นหมายถึงว่า กล่องแสดงคำอธิบายสัญลักษณ์ จะมีสัญลักษณ์ของชั้นข้อมูลพวกนี้รวมอยู่ .. เราสามารถที่จะโยกชั้นข้อมูลเข้าหรือออกระหว่างสองฝั่งได้โดยการคลิกพวกลูกศรนั่นแหละครับ .. ในที่นี่ เราไม่จำเป็นต้องคลิกนะคับ ไม่ต้องคลิกลูกศรสลับตำแหน่งขึ้นลงด้วย .. กด Next ไปคับ


Step 37) ถัดมา ตรงช่อง Legent Title พิมพ์คำว่า "สัญลักษณ์" ลงไปแทนคำว่า Legend เดิม คับ ถ้าอยากเปลี่ยนขนาดตัวอักษรตอนนี้ก็เปลี่ยนได้ หรือจะเปลี่ยนทีหลังก็ได้ .. กด Next ไปคับ


Step 38) ตรงนี้ กำหนดเส้นขอบกรอบคำอธิบาย และพื้นหลังของกรอบคำอธิบาย .. ลองเปลี่ยนให้เป็นอย่างที่ผมโชว์ข้างบนนี้นะคับ .. แล้วกด Next ไปคับ


Step 39) ตรงนี้ ไม่ต้องเปลี่ยนค่าอะไร กด Finish ไปเลยคับ


Step 40) แล้วเราก็ได้กล่อง คำอธิบายสัญลักษณ์ ปรากฏเข้ามาในแผนที่เราแล้ว


Step 41) โปรดสังเกตว่า กล่องสัญลักษณ์ของเรา ปรากฏชื่อชั้นข้อมูลที่น่าจะสร้างความสับสนแก่ผู้ดูแผนที่ .. วิธีการแก้ไขก็คือ เปลี่ยนชื่อชั้นข้อมูลในส่วนกรอบทางซ้ายมือให้มีชื่อที่คนทั่วไปเข้าใจได้ง่าย ว่าเป็นชั้นข้อมูลอะไร


Step 42) ตอนนี้ผมก็เปลี่ยนชื่อชั้นข้อมูลทางฝั่งซ้ายมือแล้ว ซึ่งก็จะมีผลทำให้ชื่อชั้นข้อมูลนั้นๆ ในกล่องสัญลักษณ์เปลี่ยนตามไปด้วย (นี่เป็นข้อดีอีกอย่างที่สำคัญของ ArcGIS)


Step 43) แต่จะเห็นว่า ชั้นข้อมูลถนน ยังแสดงแบบเพี้ยนๆ .. เพราะเราไม่ต้องการให้มีคำว่า SOURCETHM (ชื่อ Field ที่มีรายละเอียดเรื่องประเภทถนน) ด้วยนี่นา ... วิธีการแก้ไขก็คือ คลิ้กขวาที่กล่องสัญลักษณ์ แล้วเลือก Properties


Step 44) ไฮไลต์เลือกชื่อชั้นข้อมูลถนน ==> แล้วกดปุ่ม Style


Step 45) ทีนี้ก็เลือกปุ่มตำแหน่งตามรูปนั่นคับ .. ตัวอักษรที่แสดงอาจจะเพี้ยนไปบ้าง แนะนำว่าให้คลิ้กต่อที่ปุ่น Properties แล้วตั้งค่าตัวอักษรให้เป็นตระกูลภาษาไทยจะเหมาะกว่า เมื่อทำงานกับข้อมูลที่เป็นภาษาไทย


Step 46) ได้แล้วคับ .. สัญลักษณ์ของเรา สวยงามชัดเจนแล้ว .... ทีนี้ ส่วนที่อยู่ด้านล่างสัญลักษณ์นี้จะเป็นพื้นที่ว่างๆ อยู่ เราจะใส่ Data Frame ลงไปอีกอัน


Step 47) วิธีการเพิ่ม Data Frame เข้าไปก็ง่ายๆ แค่คลิ้กเมนู Insert ==> Data Frame .... เหตุที่เราจะใส่่ Data Frame เข้าไปเนี่ย ก็เพื่อที่จะโชว์แผนที่จังหวัดทั้งประเทศไทยใน Data Frame นี้ แล้วก็เอากรอบเล็กๆ ชี้ให้เห็นว่า แผนที่ส่วนที่เป็น Data Frame หลักของเรานี้ (ม.ขอนแก่น) อยู่ตรงส่วนใหนของประเทศไทย


Step 48) หลังจากที่กดปุ่มแทรก Data Frame เข้ามาแล้ว .. Data Frame ใหม่นี้ จะอยู่ตรงกลางแผนที่ และมีลักษณะกลวงๆ เพราะยังไม่มีชั้นข้อมูลอะไรอยู่ ดูเห็นมั้ยครับ กรอบที่อยู่ตรงกลาง layout เนี่ย


Step 49) เราเลื่อนกรอบ Data Frame ออกมาให้อยู่ตรงตำแหน่งที่มันควรจะอยู่ คือส่วนว่างในหน้า Layout ของเรา .. อ้อ สังเกตด้วยนะคับ ว่าตรงส่วน layer content ด้านซ้ายมือนั้น เราได้เปลี่ยนชื่อ Data Frame ที่เพิ่มเข้ามาใหม่แล้ว เป็นชื่อว่า Thailand


Step 50) ทีนี้ เราจะทำการคัดลอกชั้นข้อมูลจังหวัด ที่มีอยู่แล้วใน Data Frame เดิมของเรา ไปไว้ใน Data Frame ใหม่ (Thailand) ด้วย .. เราก็แค่คลิ้กขวาที่ชั้นข้อมูลจังหวัด ==> แล้วเลือก Copy


Step 51) ทีนี้ก็มาที่ DataFrame "Thailand" .. คลิ้กขวา ==> เลือก Paste Layers


Step 52) มีแนวเขตจังหวัดปรากฏใน Data Frame ใหม่ของเราแล้ว เย้ .. แต่ ปัญหาคือ มันยังไม่มีสัญลักษณ์แสดงตำแหน่งเชื่อมโยงว่า Data Frame ใหญ่นั้น มันอยู่ส่วนไหนของ Data Frame "Thailand"


Step 53) ตรงนี้ เราจะเปลี่ยนชื่อ Data Frame เก่าของเราซะหน่อยนะคับ จากคำว่า Layers ที่โปรแกรมให้มาเป็น default (จนเราไม่รู้ว่ามันเปลี่ยนได้) มาเป็นคำว่า "KhonKaen"


Step 54) การจะเชื่อมโยงระหว่างสอง Data Frame ให้คลิ้กขวาที่ Data Frame "Thailand" (หรือจะคลิ้กที่ส่วนแผนที่ก็ได้) ==> แล้วเลือก Properties


Step 55) ในหน้าต่าง Data Frame Properties นี้ ให้คลิ้กที่แท็บ Extent Rectangles จะเห็น Data Frame "KhonKaen" อยู่ในช่องทางซ้ายมือ ให้โยกมันมาอยู่ทางขวามือ (เรารู้ว่าท่านทำได้ อิ อิ)


Step 56) ก็แค่กดลูกศรนั่นแหละคับ มันก็จะย้ายมาทางขวามือแล้ว .. เพียงแค่นี้ก็เท่ากับว่า Data Frame "KhonKaen" ได้ถูกเชื่อมตำแหน่งมาแสดงอยู่กะ Data Frame "Thailand" แล้ว


Step 57) ผลก็คือ จะมีกรอบสีแดงๆ แทนตำแหน่ง Data Frame "KhonKaen" อยู่บนแนวเขตจังหวัดใน DataFrame "Thailand" (มองเห็นมั้ยคับ)


Step 58) ซูมให้ดูก้อด้าย .. เห็นยังคับ ..... โอ สวยงาม สำเร็จตามคาดหมาย


Step 59) ทีนี้ ก็จะเป็นขั้นตอนการส่งภาพแผนที่ออกไปเป็นไฟล์ภาพ JPEG ตามที่โจทย์ต้องการแล้วคับ .. คลิ้ก File ==> Export Map


Step 60) กำหนดชื่อไฟล์ภาพ (ในที่นี้ตั้งชื่อว่า making_maps_for_our_world) กำหนดประเภทไฟล์เป็น JPEG (ถ้าต้องการภาพแบบละเอียดไปเข้าโรงพิมพ์ แนะนำให้ทำเป็น File Tiff และกำหนด Resolution ซัก 300 dpi ขึ้นไป) .. ในที่นี้เราเอาความละเอียดแค่ 100 dpi ก็พอแล้วคับ ==> กด save ไปคับ


Step 61) เมื่อสร้างไฟล์ภาพเสร็จ ก็จะมีข้อความบอกตรงมุมล่างซ้ายว่า "Export complete" (ถ้าเป็นกระดาษขนาดใหญ่มาก และกำหนดความละเอียดสูงมาก ก็จะใช้เวลา export นานมาก จนเราอาจนึกว่าเครื่องแฮงค์ และดูเหมือนจะไม่มีวิธีให้ cancel .. แนะนำว่า รอไปครับ .. ซักวัน เอ๊ย ไม่กี่ชั่วโมง เขาก็จะทำเสร็จเอง ^_^)


Step 62) ได้แล้วนะคร้าบ ภาพที่ Export ออกมา .. ถ้าอยากดูรูปใหญ่ๆ ก็คลิ้กที่นี่ หรือคลิ้กที่ภาพได้เลยคับ


ขอบคุณที่จะนำความรู้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่โลกของเรา และเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกของเรานะครับ .......... จาก กงจักร ใจดี .. นัก GIS รวมโลก คับ