มุมพบปะ :

· สมุดเยี่ยมเก่า

· กระทู้สนทนา

· Facebook

· YouTube

 
About me :

· หลักธรรมประจำใจ

· อัตชีวประวัติ

· เส้นทางชีวิต

· หลักการดูแลตัวเอง

· ความรัก

· ผลงานบทความ

· รวมภาพผมและเพื่อนๆ

 

อุดมการณ์ :

· สห พันธรัฐโลก

· พรรครักโลกเรา

 
สาระและบันเทิง :

· GIS

· เคล็ดการใช้งาน Computer

· ขำขัน & คิดเรื่อยเปื่อย

· บทเพลงโก๋

 
เว็บเดิม

· GoodJai Center

 
ขอขอบคุณ
 
CopyLeft : GoodJai

ความเป็นมาของ "ลูกโลก"


  
เนื้อเรื่องเริ่มขึ้น เมื่อทารกชายคนหนึ่ง ถือกำเนิดมาจากพ่อแม่ "ใจดี" ตามหลังพี่สาวสามคนที่ไม่ได้แก่กว่ากันไปสักเท่าไร ... "โก๋" คือชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้ไว้เรียกเขาเล่นๆ แทนชื่อจริง "กงจักร"

วัยเด็กมากๆ ของเขาอยู่กับสังคมชนบทที่ยังไม่มีไฟฟ้า .. อ้อ .. แต่เนื่องจากพ่อเขาเป็นครูใหญ่ และแม่เขาเป็นผดุงครรค์ .. บ้านของเขาจึงมีเครื่องปั่นไฟ พอให้เด็กน้อยได้เห็นแสงไฟนีออนตั้งแต่เริ่มจำความได้ ... ชีวิตเด็กน้อยเล่นกับกลุ่มเพื่อนๆ เหมือนเด็กทั่วไป .. จนกระทั่งจบ ป. 1 .. แม่ต้องย้ายมาประจำสถานีอนามัยตำบลตาโกน .. เด็กน้อยบ้านนอกตัวดำต้องห่างไกลเพื่อนๆ เดิม และเริ่มใช้ชีวิตตามลำพัง กับตัวการ์ตูน (ของเล่น) ....

ความเชื่อและเพ้อฝันของเด็กน้อยค่อนข้างสูงมาก .. ดูหนังแล้วก็ชอบเลียนแบบ .... โชคยังดีที่พอพยายามเลียนแบบแค่ระดับหนึ่งแล้วไม่เกิดผล ก็ไม่ได้พยายามไอ้ที่มันเหลือเชื่อเกินไป     ความชอบในเรื่องของการสร้างเรื่องราวเริ่มยังไงไม่รู้ .. รู้แต่ว่าตัวละครช่วงแรกๆ ก็เป็นพวกมีดโกนหนวด ไม้หนีบผ้า ฯลฯ ต่อมาก็เป็นกล่องยาแม่ เอามาต่อกันเป็นยานอวกาศ ... จนกระทั่งเมื่อคุณแม่โอ๋ให้ตัวการ์ตูนที่แถมมากับขนม ... โอ    เด็กน้อยสนุกสนานมาก    ซึ่งต่อเนื่องมาถึงจนเมื่อประมาณจบจากมหาลัย จึงค่อยๆ เล่นน้อยลงเรื่อยๆ .... ยิ่งตอนเรียนมัธยมนะ ... สร้างหนังด้วยเหล่าตัวการ์ตูนที่เริ่มมีสะสมเพิ่มขึ้นมากมาย วันละหลายต่อหลายเรื่อง ... สนุกเพลิดเพลินยิ่งนัก     อ้อ   มีการสร้างหุ่นยนต์เองด้วยนะ ... เคลื่อนไหวข้อต่อได้หลายทิศทาง    สร้างด้วยกล่องกระดาษที่ต้องคิดคำนวณและวิสาหะตัดกระดาษเอง ..

ณ โรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย เด็กชายกงจักร มีผลการเรียนค่อนข้างดีมาโดยตลอดในช่วงมัธยมต้น แล้วก็ค่อยๆ เผยความโง่ออกมาเรื่อยๆ ในช่วงมัธยมปลาย ... โง่ในเรื่องเรียน แต่ฉลาดในเรื่องชีวิต ฮ่า ฮ่า ... เด็กหนุ่มเริ่มตั้งคำถามตัวเองในหลายๆ เรื่อง ... จนเป็นที่มาของการแสดงออกเพื่อแหกกฏต่างๆ ... ตลอดถึงการค้นพบคุณค่าแห่งชีวิตที่จะได้สร้างสันติภาพนิรันดรและเสรีภาพไร้พรมแดนบนโลกมนุษย์ด้วยการเลิกแบ่งแยกประเทศ .... แต่โชคชะตาก็ทำให้เขาต้องหยุดการกระทำไว้เพียงแค่นั้นก่อน

เข้าเรียนปี 1 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะวนศาสตร์ พักหอพักภายในมหาลัย (ตึก 5) เขาต้องเสียความรู้สึกอย่างแรงกับการถูกกดดันให้คบเพื่อนด้วยการรับน้อง ... แต่ก็ทนอยู่จนหมดกระบวนการ และก็หลงไปกับสิ่งลวงๆ อยู่พักใหญ่ .... เสรีภาพคือสิ่งสำคัญยิ่งในชีวิตเขา

ช่วงฝึกงานภาคฤดูร้อนแต่ละปีในชีวิตนิสิตวนศาสตร์ของเขาล้วนน่าจดจำมาก ... เขาชื่นชอบการปลีกวิเวกเพื่อพิสูจน์ความเป็นพระเอกในตัวเอง .. เข้าป่า .. นอนหอคอย .. ปีนเขา .. อดนอน .. เที่ยวเมือง .. เล่นน้ำตก .. แหกปาก (อันนี้เป็นประจำ ไม่ใช่เฉพาะตอนฝึกงาน) .. ฯลฯ

กิจกรรมทั่วไปช่วงเรียนก็มี ประกวดร้องเพลง, ชกมวย, เข้าค่าย, แต่งกลอนและเรื่องสั้น, ล่องเรือยอร์ช, สีซอเล่นสเก็ตบอร์ด, และก็ .. จีบสาว .... จีบตั้งแต่ปลายปี 1 ยันปี 3 ครึ่ง สาวเจ้าก็ไม่เคยคุยด้วยซักคำ เอาแต่วิ่งหนี .... ณ วันนี้ฉันไม่น่ากลัวเหมือนเดิมแล้วนะ "เยาวพา" .. ไม่ได้เจอหน้ามา 13 ปีแล้ว .. หากได้พบเธออีกสักครั้งคงเป็นบุญ

แล้วเขาก็สำเร็จการศึกษาด้วย "เกียรตินิยมในตัวเอง" : ) .. เริ่มงานแรกเป็นลูกจ้างกรมป่าไม้ .. มีบุญได้ขึ้นไปอ๊วกใส่เฮลิคอปเตอร์ 1 ครั้ง .. งานถัดมาทำกับบริษัทค้าไม้แถวพระราม 3 ลุยงานตรวจเช็คไม้อย่างสมบุกสมบัน ... จากนั้นก็ได้ขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรก ไปทำไม้ที่แคเมอรูน .. ตื่นตาตื่นใจ, เกือบตายก็หลายครั้ง, ชีวิตในป่าที่น้ำน้อย, ธุรกิจที่แข่งขัน, มาลาเรีย, อารมณ์รัก, กลิ่นอายภูมิอากาศ และวัฒนธรรมที่แปลกใหม่   อื่นๆ อีกมากมาย

กลับเมืองไทย ลาออก ซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องแรก เล่นเชิงศึกษาอย่างหลงไหลกับคอมพ์จนกระทั่งได้งานที่เชียงใหม่ ณ หน่วยจัดการต้นน้ำปางหินฝน  ตระเวนหมู่บ้านดอยด้วยมอเตอร์ไซค์  ชีวิตที่หนาวเหน็บ  งานที่ทำด้วยอุดมการณ์แรงกล้า ทีวีก็ไม่ค่อยอยากจะเสียเวลาดู  ได้รู้จักกับเพื่อนดีๆ  อุบัติเหตุบ่อยครั้ง  ชาวดอยที่แสนใจดี

ลาออกเพราะต้องการมุ่งมั่นให้ได้ทุนไปเรียนต่างประเทศ  อยู่บ้านกับคอมพิวเตอร์ คราวนี้ว่างงานนานเป็นปี ... ในที่สุดก็สอบผ่านทุน ก.พ. โชคร้ายนิดนึงที่โดนช่วงเศรษฐกิจฟองสบู่แตก .. ทำงานกับกรมป่าไม้ได้ 1 เดือนก็ลาออกเพื่อไปเรียนต่อ

ปริญญาโท ณ Michigan Technological University --- เครียดมากหรืออย่างไรจึงค่อยๆ ผมน้อยลงเรื่อยๆ ... ชีวิตมีความเป็นส่วนตัวมากๆ แต่หลายครั้งที่หนักใจกับการเรียนของตัวเอง (เคยแต่ทุกข์กับคนอื่น หรือสังคม .. ต้องมาห่วงว่าจะเอาตัวเองไม่รอดก็คราวนี้แหละ) .. หายขาดจากพิษรักแรกได้ก็แส่ลองพิษรักใหม่ .. ขับรถจากมิชิแกนไปมินเนโซต้าแล้วกลับมุ่งหน้าไปบัลติมอร์ .. เล่นสโนว์บอร์ด เล่นบาสเก็ตบอล (ติดใจจนปัจจุบัน) ... เป็นนักเขียนสมัครเล่นที่ Thaispot.com ของเพื่อนเหน่ (ปิดกิจการไปแล้ว) ได้ใช้ชื่อ (นามปากกา) "ลูกโลก" เป็นครั้งแรก .. ที่สำคัญคือได้เขียนเรื่อง "การรวมโลก" อย่างเปิดเผยหลังห่างหายมานาน ... สุดท้ายก็จบมาได้อย่างน่าหวาดเสียว หลังปล่อยให้เหล่าอาจารย์นั่งรอการ defense อยู่พักใหญ่

กลับเมืองไทย อย่างหนุ่มนักเรียนนอกเสน่ห์แรง แต่บังเอิญหัวล้านซะแล้ว กลิ่นหัวล้านเลยกลบสเน่ห์นักเรียนนอกไป .. ทำงานกรมป่าไม้ .. โอย ทำไมปัญหามันน่าปวดกบาลขนาดนี้ .. ตั้งใจทำงานดี แต่รู้สึกหาผลงานไม่เจอเลย ... ป่วยเกือบตายครั้งหนึ่ง ได้คุณหมอคนสวยช่วยรักษา ... โอ หากได้พบเธออีกครั้งจะเป็นบุญยิ่งนัก (เอาอีกแล้ว ฮา ฮา) .... ช่วงปี 2002 ได้ไปญี่ปุ่นครั้งแรกกับโครงการเยาวชนมิตรภาพอาเซียน-ญี่ปุ่น ... ผ่าตัดแก้ไขสายตาสั้น (เลสิค) ... เปิดร้าน GoodJai Lifelong Learning Center (ศูนย์การเรียนตลอดชีพใจดี) รับสอนและให้บริการสารพัด .. แต่อ่อนหัด สับสนในตัวเองหลายประการ สุดท้ายก็ปิดร้านเมื่อครบสัญญาเช่าห้อง 1 ปี ........

สิงหาคม 2547   ย้ายที่ทำงานมาประจำ ณ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สถานที่ทำงานปัจจุบัน) .. มีทั้งรื่นรมย์ และขมขื่นเป็นธรรมดา .. จนกระทั่ง "พี่นุ้ย" ได้แนะนำให้รู้จัก "ความรู้" และ "หลวงปู่ดูลย์" จึงค่อยรู้จักระงับกิเลส ..... ประกอบกับกรรมดีต่างๆ ของสมาชิกครอบครัวเริ่มส่งผล  ครอบครัว "ใจดี" ก็อยู่ดีมีสุข .... อย่างไรก็ตาม ชีวิตงานราชการยังคงขัดแย้งกับความคิดในใจ ที่ต้องการเสรีภาพ และความถูกต้อง ซึ่งเขาเองก็ไม่เก่งพอที่จะสร้างมันขึ้นได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงผู้อื่น .. ความคิดที่จะลาออกจากราชการจึงอยู่ในหัวตลอดเวลา

ใกล้จะถึงเวลาที่สามารถลาออกได้   โชคชะตาก็บันดาลให้ได้มาอบรมที่ Okinawa, Japan ... ว่าจะอยู่เงียบๆ แล้วนา .. กลับถูกประเดิมด้วยการบรรยายเรื่อง รัฐบาลโลก ของอาจารย์นาคามุระ ... ชีวิตที่นี่จึงเต็มไปด้วยอิสระภาพ เสรีภาพ และสันติภาพในดวงใจ ........ การได้เป็นตัวของตัวเองในช่วงนี้เป็นสิ่งประเสริฐยิ่งนัก .. (แม้จะตกเป็นทาสความรักอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ลืมทำดี) ... จากนี้ไปจะทำแต่ความดี .. เริ่มปี 2549 ด้วยการส่ง e-mail ประกาศแนวคิด No Desire ... Do Good เพื่อการพ้นทุกข์และเป็นสุขได้เสมอ ..... อยู่ที่ Okinawa เป็นผู้เข้าอบรม หลักสูตร "Computer (Network Specialist for E-Government)" ของ JICA เริ่มมาตั้งแต่ 18 ตุลาคม 2548 (ถ้าจำไม่ผิด) และสิ้นสุด (ถูกไล่กลับประเทศไทย) วันที่ 23 มีนาคม 2549 .. สถานที่อบรมอยู่ประจำที่ Okinawa International Center ... ที่กิน ที่เรียน ที่นอน และที่ออกกำลังกาย อยู่ห่างกันเพียงแค่ประมาณ 1 นาทีโดยการเดินเร็วๆ ... สังคมที่นี่รู้สึกว่าจะปลอดภัยมากแม้ยามค่ำคืน ....

ปัจจุบัน ยังมีชีวิตอยู่ กลับมาเมืองไทย ทำงานที่ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเหมือนเดิม ... แต่ทำด้วยความมีธรรมะ (ทำดี มีสุข) มากกว่าเดิม ... การเขียนเว็บกับความรู้ในจิตตัวเองเป็นสิ่งที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน .. เพราะได้เขียนเว็บ จึงยึดมั่นกับการฝึกจิต (ทุกขณะ ในชีวิตประจำวัน) .. เพราะได้ฝึกจิต จึงมีความรู้ใหม่ๆ มาบอกเล่าในเว็บ

ช่วงกลางปี 2549 .. วิ่งไปทำงาน โดยหิ้วกระเป๋า 1 มือ .. คงจะผิดสุขลักษณะ จึงมีอาการปวดหลัง ซึ่งกำเริบมาจากที่หลังอักเสบตั้งแต่อยู่ Okinawa ... จากนั้นก็วิ่งโดยไม่มีกระเป๋า ก็ยังเจ็บหลังอยู่ (อ้อ วิ่งในชุดวิ่งและมีข้อความเผยแพร่ความคิดต่างๆ ด้วย) .. ปัจจุบันจึงลดเหลือเพียงเดินเร็วๆ ตัวเปล่า ในชุดทำงาน .. ใช้รถไฟเป็นพาหนะหลักในการเดินทาง หลังจากที่ย้ายที่พักจาก ร่วมกมลอพาร์ตเมนต์ แถวลาดปลาเค้า  มาอยู่คอนโดแถวดอนเมือง ... เหตุที่ตัดสินใจซื้อคอนโด เพราะ 1. ราคาเหมาะสมกับรายได้ 2. เป็นการออมเงิน 3. สามารถติดอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 4. เสรีภาพ 5. ได้มีทะเบียนบ้านในกรุงเทพฯ เพื่อความสะดวก 6. ห้องนี้และคอนโดนี้น่าอยู่พอสมควร .. เคยนึกเสียดายกับการไม่เอาคอนโดสองที่ที่ชอบ จึงคิดว่าไม่ควรพลาดอีก

เริ่มรณรงค์เพื่อบรรลุฝันอย่างเต็มที่หลังจากทำใบปลิว "ธรรมโลก" (ฉบับแรก) เสร็จ ประเดิมด้วยการใส่หน้ากากไอ้มดแดง จากนั้นก็ทำเริ่มมาเกือบทุกสัปดาห์ .. แม้ยังไม่ได้พรรคพวก .. แต่ก็ได้แนวทางเผื่อการทำงานจริง


ปี 2550 ตอนที่ไปอินเดีย ก็ได้ใส่หัวลูกโลกและทำการรณรงค์อยู่บ้าง ไม่ค่อยได้ผล แถมยังป่วยอย่างยาวนาน ไป 1 เดือน ป่วยอยู่เกือบ 3 อาทิตย์ .. เฮ้อ

ปี 2551 เป็นปีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดในชีวิต เริ่มจากการเปลี่ยนงาน .. ออกจากการเป็นข้าราชการ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ มาเป็นพนักงานของรัฐที่สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศฯ (องค์การมหาชน) .. แล้วก็ได้ลาออกเมื่อสมัครผู้ว่า กทม. .......... โอ ฝันที่เป็นจริง .. ได้ถือป้ายประกาศ "ถึงเวลารวมทุกประเทศบนโลกเป็น ประเทศโลก" ต่อหน้าสื่อมากมาย

ปี 2552 หลังเลือกตั้ง ... มิกลับไปทำงานเดิมน่าจะเป็นการดีกว่าสำหรับทุกฝ่าย .. ทำงานอิสระ .. ชีวิตที่ไม่มั่นคงและถูกสบประมาทบ้าง .. มิเป็นไร .. ความหวังยังสดใส

หนทางติดต่อกระผม
E-mail = goodjai@yahoo.com
มือถือ = 084 704 3345
Hi-5 = http://globeglobe.hi5.com

********************


............... ลำดับเหตุการณ์รายปี ...............

2515 (1972) ---- เกิด ที่บ้านแกงเลี้ยว ต.ตาโกน อ.อุทุมพรพิสัย (เมืองจันทร์) จ.ศรีสะเกษ

2521 (1978) ---- ป. 1 .. โรงเรียนบ้านปลาซิว ต.ตาโกน อ.อุทุมพรพิสัย(เมืองจันทร์)จ.ศรีสะเกษ

2525 (1982) ---- ป. 5 .. ย้ายจาก รร.บ้านปลาซิวมา โรงเรียนอุทุมพรพิสัย อ.อุทุมพรพิสัย

2527 (1984) ---- จบ ป. 6 ที่ รร.อุทุมพรพิสัย .. เข้าเรียนต่อ ม. 1 ที่โรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ

2528 (1985) ---- ม. 2 .. สร้างหุ่นยนต์ด้วยการทำกล่องกระดาษ

2529 (1986) ---- ม. 3 .. แต่งกลอนเป็น สคส. ให้เพื่อนทุกคนในห้อง

2530 (1987) ---- ม. 4 .. เริ่มมีความเป็นตัวของตัวเอง

2531 (1988) ---- ม. 5 .. ยังคงเล่นหุ่นยนต์ (และยังเล่นต่อเนื่องอีกหลายปี)

2532 (1989) ---- ม. 6 .. ต้นปี ได้คิดเรื่องความเป็นหนึ่งเดียวของโลกมนุษย์ กลางปี ประกาศหน้าเสาธง ปลายปี ส่งใบปลิว "สุขอมตะ"

2533 (1990) ---- ปี 1 (ม. เกษตรศาสตร์) เรียนคณะวนศาสตร์ .. เริ่มชกมวยภายในประจำปี

2534 (1991) ---- ปี 2 (ม. เกษตรศาสตร์) .. ประกวดร้องเพลง .. ฝึกงาน หาดวนกร, ปักธงชัย

2535 (1992) ---- ปี 3 (ม. เกษตรศาสตร์) .. ฝึกงาน ลำปาง, เชียงใหม่, ลิ่นถิ่น กาญจนบุรี (เลือกเรียนสาขาวิชา วิศวกรรมป่าไม้)

2536 (1993) ---- ปี 4 (ม. เกษตรศาสตร์) .. ออกค่ายบ้านผีลู จ.แม่ฮ่องสอน

2537 (1994) ---- จบปริญญาตรี วท.บ.(วนศาสตร์) จาก ม. เกษตรศาสตร์ ทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวกับฝ่ายโครงข่ายหมุดหลักฐาน กรมป่าไม้ ช่วงปลายปีทำงานกับบริษัท TJT ถ.พระราม 3 เขตช่องนนทรี เพื่อให้ได้ไปทำงานที่ประเทศแคเมอรูน

2538 (1995) ---- ทำงานทำไม้และขนส่งไม้ที่ประเทศแคเมอรูน ประมาณ 5-6 เดือน .. ผจญภัยในป่า .. เมืองที่รื่นเริงและหดหู่ .. ไข้มาลาเรีย ... กลับมาประเทศไทย ลาออก .. อยู่บ้าน รู้สึกผิดที่ว่างงาน .. ได้งานกับโครงการสิริเจริญวัสสะ ศูนย์ต้นน้ำห้วยแก้ว จ.เชียงใหม่ พักบ้านพี่เป้ น้องนาย

2539 (1996) ---- ประจำหน่วยจัดการต้นน้ำปางหินฝน .. ขี่มอเตอร์ไซค์ตะรอนพูดคุยประสานงานกับชาวบ้าน (ชาวเขา) และขี่มาประชุมที่เชียงใหม่

2540 (1997) ---- ว่างงาน อ่านหนังสืออยู่บ้าน และรวบรวมแนวคิด+ธรรมะจากสมุดบันทึกหลายๆ เล่ม

2541 (1998) ---- สอบได้ทุน กพ. ไปเรียนโท ด้าน Digital Image Processing แต่เนื่องจากรัฐบาลยังไม่มีเงิน จึงสอบกรมป่าไม้ ได้รับราชการ 1 เดือน ก่อนลาออก และเดินทางไปเรียนที่ Michigan Technological University สหรัฐอเมริกา ช่วงปลายปี

2542 (1999) ---- MTU ปี 1 .. พักบ้านแชร์ ห้องน้ำ ห้องครัว .. ช่วงเริ่มต้นยากมาก

2543 (2000) ---- MTU ปี 2 .. พักบ้านแชร์ห้องครัว .. มีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น .. การเรียนทำให้เครียดมาก

2544 (2001) ---- ต้นปี จบปริญญาโท Master of Science (Forestry)เดินทางกลับประเทศไทย บรรจุเข้ารับราชการใหม่ที่กรมป่าไม้ (เดือนมีนาคม)

2545 (2002) ---- พ.ค. สมัครเข้าร่วมโครงการเยาวชนมิตรภาพอาเซียน-ญี่ปุ่น เดินทางไปเมือง Tokyo, Kushiro (Hokkaido) ... ก.ย. (ไม่แน่ใจ) ป่วยปวดบวม รักษาโรงพยาบาลโรคทรวงอกกับคุณหมอพาริชา

2546 (2003) ---- เปิดร้าน Goodjai Lifelong Learning Center ที่หอพัก (ร่วมกมลอพาร์ตเมนต์ ซอยลาดปลาเค้า 53) ทำเว็บ GoodJai.com

2547 (2004) ---- ออกจากกรมป่าไม้ (กรมอุทยานแห่งชาติฯ) ช่วยราชการที่ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซอยอารีย์ เขตพญาไท

2548 (2005) ---- ทำเว็บ WeLoveOurWorld.com .. คิดนโยบาย "พรรคนิยมสังคม" ในเว็บ goodjai .. ปลายปีเดินทางไปฝึกอบรมหลักสูตร Computer Network ที่เมือง Okinawa ประเทศญี่ปุ่น .. พบอาจารย์ Nakamura และเพื่อนๆ ที่แสนดีและมีคุณค่า

2549 (2006) ---- ต้นปี ส่งคำอวยพรให้เพื่อนทุกคนด้วยธรรมะ .. No Desire= No Sadness, Do Good = Be Happy .. ฝึกฝนธรรมะพร้อมกับรณรงค์รวมโลก (คาดหัวทุกวันด้วยผ้าที่มีข้อความ United World, World Citizen, etc) .. มี.ค. กลับจาก Okinawa ทำงานต่อที่ ศทส. บรรลุธรรมโลก "เกิดมาเพื่อเป็นสุขทุกขณะ" "พอใจ .. ไร้อยาก ==> ปราศจากทุกข์" "ทำดี .. มีเหตุผล ==> ตนเป็นสุข โลกสงบสุข" .... ซื้อคอนโดที่ นิรันดร์ คอนโดเทล 4

2550 (2007) ---- ส่งรายชื่อผู้สนับสนุนการรวมโลกให้องค์การสหประชาชาติ สำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ พร้อมกับรณรงค์ด้วยเสื้อ กิจกรรมวันเสาร์ ห้อยป้ายสวมลูกโลกไปทำงาน ฯลฯ .. ปลายปีได้ไปอบรมที่อินเดีย เมือง Dehradun 1 เดือน เกี่ยวกับภาพดาวเทียม .. เป็นไข้และป่วยเกือบตาย

2551 (2008) ---- ลาออกจากงานครั้งที่ 1 หลังปีใหม่ แต่ถอนทีหลัง .. จนกระทั่งมีงานที่ สทอภ. จึงได้ลาออกจาก ศทส. (ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระบบงานคอมพิวเตอร์ 5) มาปฏิบัติงานที่ สทอภ. (สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ) ถ.พหลโยธิน (ข้างคณะสัตวแพทย์ ม.เกษตรศาสตร์) ความรับผิดชอบหลักคือช่วยประสานงานกับ CEOS .. เริ่มงานเดือน เม.ย. เดินทางไปประชุมและนำเสนองานวิจัย (ของ จนท. ท่านอื่น) ที่ฟิลิปปินส์ เดือน มิ.ย. .. อบรมที่ AIT ต้นเดือน ก.ย. .. ประชุม SIT-22 ที่โตเกียว กลางเดือน ก.ย. .. ประชุม CEOS Plenary ต้นเดือน พ.ย. ที่ประเทศแอฟริกาใต้ ..

กำลังจะเดินทางไปประเทศโปแลนด์เพื่อร่วมงานประชุมของ UNFCCC แต่เนื่องจากมีการประท้วงปิดสนามบินสุวรรณภูมิ จึงตัดสินใจลาออกจาก สทอภ. และสมัคร ผู้ว่า กทม. ได้รับหมายเลข 5

ผลการเลือกตั้งปรากฏว่าได้คะแนน 2,400 คะแนน (เป็นอันดับที่ 9 จากผู้สมัครทั้งสิ้น 14 คน)

ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่นิรันดร์คอนโดเทล 4 ดอนเมือง ประกอบอาชีพอิสระ รับจ้างทั่วไป รายได้มาจากงานแปลภาษาและงาน GIS เป็นหลัก
ไม่มีตำแหน่งทางการเมืองระดับเล็กระดับใหญ่ใดๆ ทั้งสิ้น ... งานรวมโลกทำด้วยใจรัก จะทำไปเรื่อยๆ ถึงไม่ใครจ้างก็จะจ้างตัวเอง 55

14 ส.ค. 2552 ---- เริ่มกิจการ "สำนักแปลรวมโลก"
1 ก.ค. 2553 ---- ทำงาน "เจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์" รพ.เมืองจันทร์ อ.เมืองจันทร์ จ.ศรีสะเกษ
31 ธ.ค. 2554 ---- ลาออกจาก รพ.เมืองจันทร์
11 - 18 พ.ค. 2555 ---- ติดคุก แขวงจำปาสัก ประเทศลาว ข้อหา .. นอนริมแม่น้ำโขงโดยไม่ได้รับอนุญาต
1 ส.ค. 2555 ---- ทำงาน GIS (Part-time) ให้กับ Global Health Asia
21 ม.ค. 2556 ---- รวบรวม "ชมรมรวมโลก" ยื่นหนังสือแก่เหล่าผู้สมัครผู้ว่า กทม. และสื่อมวลชน ในวันรับเลือกตั้งวันแรก ลานคนเมือง กทม.

ปัจจุบัน .. รับงานแปล "สำนักแปลรวมโลก" เป็นแหล่งรายได้หลัก

Update ณ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556

ความในใจของชายผู้มุ่งหมายรวมโลก


คืนนั้น 6 ทุ่มกว่าของจันทร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2532 .. คืนที่ผมได้นั่งสมาธิแล้วพบว่า คำว่า “ชาติ” ที่ผมถูกสั่งสอนให้รัก .. และผมก็รักและเทิดทูนมาตลอด .. แท้จริงเป็นสิ่งที่ไม่ควรยึดติด .. คนทั้งโลกต่างเป็นคนเหมือนกัน ผืนดินทั้งโลกก็เป็นผืนดินเดียวกัน การแบ่งชาติเป็นเพียงสิ่งสมมติ และการแบ่งชาติก่อปัญหาต่อสันติภาพ เสรีภาพ และความร่วมมือร่วมใจของชาวโลก ถ้ารวมทุกประเทศบนโลกเป็นหนึ่งเดียวปัญหาหลายๆ อย่างก็จะหมดไป การรวมโลกจะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลง (ในทางดีขึ้น) ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ ... นับจากคืนนั้น ชีวิตของผมก็อยู่ด้วยจุดมุ่งหมายสูงสุดคือการรวมทุกประเทศบนโลกเป็นหนึ่งเดียว .. รวมเป็น “ประเทศโลก” .....

เช้าวันรุ่งขึ้นผมยืนรอรถประจำทางด้วยจิตใจที่ลิงโลด .. อยากจะกู่ประกาศก้องว่า .. ข้านี้คือผู้ค้นพบว่าเราทุกคนคือชาวโลก ประเทศชาติที่เราชาวโลกพากันแบ่งเขตแดนนี้เป็นเรื่องไร้สาระ ไร้เหตุผล เราทั้งหมดสามารถเป็นเจ้าของโลกทั้งโลกได้เพียงเราเลิกแบ่งประเทศ .. เชื่อมั่นว่าถ้าผมประกาศความจริงนี้ให้โลกรู้ชาวโลกจะต้องเข้าใจได้อย่างไม่ยากเย็น และการรวมโลกจะสำเร็จโดยง่ายดาย สันติภาพและเสรีภาพที่แท้จริงจะมีต่อมนุษย์ทุกชีวิตภายในเวลาสองสามเดือน

ผมเริ่มเผยแพร่ความคิดเรื่องการรวมโลกด้วยการพูดคุยกับพ่อแม่ เพื่อนๆ ในห้องเรียน ส่งจดหมายเผยแพร่ความคิด แต่งกลอนส่งอาจารย์ แต่งนวนิยายสั้น “สุขอมตะ” นำเสนอโรงพิมพ์ ... ทุกอย่างล้วนไม่เป็นผล .. กระนั้นก็ตาม แม้จะยังไม่มีใครเห็นด้วยกับความคิดของผม แต่ก็ทำให้ผมได้เข้าใจอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นในเหตุผลที่เราควรรวมโลก จนมั่นใจและแน่วแน่ว่า ชีวิตผม เพียงทำความดีนี้ได้สำเร็จสักอย่างเดียว ก็คุ้มกับการได้เกิดมาเป็นคนแล้ว

วันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2532 ผมตัดสินใจประกาศความคิดขณะยืนเข้าแถวเคารพธงชาติ ตะโกนด้วยเสียงดังลั่นขณะที่ผู้นำนักเรียนกล่าวนำคำสัตย์ปฏิญาณ “เราคือชาวโลก ฟังผม ไม่ต้องรักชาติ อย่าไปเชื่อมัน อย่าเชื่อผิดๆ โลกเดียวโว้ย” แล้วก็ต้องหยุดเมื่ออาจารย์ฝ่ายปกครองเข้ามาห้าม หลังจากนั้น แม้จะพยายามดำเนินการต่อด้วยการพูดคุยและติดใบปลิวร่วมกับเพื่อนอีกคน แต่ก็ต้องหยุดอย่างเด็ดขาดเมื่อทางโรงเรียนเรียกพ่อแม่มาพบ

นับจากนั้น ปฏิบัติการก็หยุดชะงัก ... ผลการดำเนินงานไม่คืบหน้า ... ความฝันที่ผมเคยคิดว่าจะเห็นโลกใหม่ในสองสามเดือนดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ .. แม้ว่าต่อจากนั้นผมได้พยายามส่งใบปลิว “ลัทธิโคษย์” เผยแพร่ความคิดอีกครั้ง .. แต่ก็ยังไม่เป็นผล ดูเหมือนผมจะต้องทำตามคำแนะนำของผู้ใหญ่ “จงสร้างตัวเองให้ได้ก่อน แล้วค่อยคิดจะสร้างโลก”

จบ ม. 6 เข้าเรียนปริญญาตรีผมได้พยายามหาทางลัดในการสร้างตัวเอง เช่น ประกวดร้องเพลง ชกมวย ทำตัวให้เด่น แต่ก็ไม่เป็นผล ผมยังคงเป็นคนธรรมดาที่ยังไม่พร้อมจะประกาศความคิดสร้างโลกได้อย่างปลอดภัยและได้ผล

มันเป็นความรู้สึกลึกๆ ในใจอย่างหนึ่ง ว่าความคิดความฝันที่ผมมีนั้น อาจขัดแย้งกับผู้ที่มีผลประโยชน์ในการแบ่งชาติ ผมจึงรู้สึกกลัวที่จะบอกความคิดนี้ออกไปแบบไม่ระมัดระวัง ทำให้ผมตั้งใจว่า ถ้าผมจะมีโอกาสได้ประกาศเรื่องนี้อีกครั้ง ควรจะเป็นครั้งที่ผู้คนได้ยินกันเกือบทั้งโลก

นอกจากความรู้สึกกลัวที่จะบอกความคิดออกไปแล้ว ผมยังมีความรู้สึกแฝงลึกในใจมาตลอด ว่าสิ่งที่ผมคิดนี้ขัดแย้งกับสิ่งที่สังคมสั่งสอน ซึ่งผมขอเรียกว่าเป็นสิ่งที่กลุ่มผู้นำประเทศสั่งสอน คือให้รักชาติ มันทำให้ผมรู้สึกว่า ผมเข้ากับใครได้ไม่จริง ผมหาเพื่อนแท้ที่รักโลกอย่างแท้จริงเหมือนผมไม่ได้ ทุกคนแตกต่างกับผม ... ไม่ใช่สิ ผมเองแหละที่แตกต่างจากทุกคน

ไม่เพียงแค่นั้น งานรวมโลกยังส่งผลกับชีวิตทั่วๆ ไปของผมอีกหลายด้าน คนรักผมก็ยังไม่กล้ามี กลัวเขาไม่ปลอดภัย ทั้งยังไม่พร้อมให้เวลากับความรักด้วย จริงๆ แล้วผมรู้สึกว่าผมแทบจะไม่มีเวลาให้ใครเลยด้วยซ้ำ แม้ผมจะหาเพื่อนร่วมรวมโลกไม่ได้ แต่ผมก็มั่นใจว่าลำพังผมคนเดียวก็สามารถทำอะไรได้อีกมาก มีหลายอย่างที่ผมคิดว่าถ้าทำได้ก็จะมีส่วนช่วยรวมโลกได้ (การเขียนบทความนี้ก็เป็นวิธีการหนึ่ง) ตราบใดที่ยังรวมโลกไม่สำเร็จผมก็ยังมีอะไรที่คิดจะทำมากมาย และเห็นเป็นภารกิจเร่งด่วนสำคัญกว่าภารกิจของผู้ใด ความสูญเสียจากการแบ่งประเทศส่งผลต่อคนทั้งโลกทุกวินาที ความเดือดร้อนของคนคนเดียว (บางทีก็เพราะกิเลสของเขาเอง) จึงไม่น่าจะสำคัญกว่าภารกิจของผม ..... แต่ผมก็ช่วยเขาเกือบทุกทีแหละ เพราะเขายังไม่เข้าใจว่าผมยุ่งกับการรวมโลก

แม้จะมีความกังวลในความปลอดภัย แต่ความเดือดร้อนของชีวิตผมเองและคนรอบข้างก็ทำให้ผมพยายามเผยแพร่ความคิดทีละเล็กละน้อย ทั้งในขณะที่ทำงานอยู่แคเมอรูน เชียงใหม่ และอเมริกา ....

ขอเล่าความรู้สึกเมื่อครั้งได้เขียนบทความเผยแพร่ความคิดเรื่องการรวมโลกอย่างเปิดเผยเต็มตัวเป็นครั้งแรกใน Thaispot.com ขณะเรียนอยู่ที่อเมริกา .... หลังจากเขียน และโพสต์บทความลงเว็บเสร็จ ผมรู้สึกใจหาย คืนนั้นผมเข้านอนอย่างหวั่นๆ ว่าจะมีใครลอบมองเราอยู่จากนอกห้องผ่านหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ …. แต่เมื่อได้เขียนต่อมาอีกหลายครั้ง และพบว่าชีวิตเราเองยังปลอดภัย ... (และผลก็คือยังไม่มีใครอาสามาเป็นแนวร่วมจริงจัง) ... จึงเริ่มหายกังวล .. แต่ยังห่วงชีวิตคนทางบ้านนะ

เมื่อกลับถึงเมืองไทย ทำงานราชการ และเริ่มมีเว็บไซต์ส่วนตัว www.goodjai.com ผมก็เริ่มประกาศความคิดอย่างชัดเจนมากขึ้นในเว็บ ... แต่ก็นั่นแหละ มันเป็นเว็บส่วนตัวของผม คนที่เข้ามาดูก็รู้จักผมดี การประกาศความคิดในที่นี้จึงดูไม่มีอันตรายอะไรมากนัก

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อผมได้ไปอบรมที่เกาะ Okinawa ประเทศญี่ปุ่น ได้พบอาจารย์ผู้หนึ่งซึ่งบรรยายอย่างชัดเจนถึงโลกในอนาคตที่ทุกประเทศจะรวมกันเป็นสาธารณรัฐโลก ชาวโลกจะสามารถเดินทางไปได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องใช้วีซ่า ใช้แค่บัตรประจำตัว โลกจะไม่มีทหาร มีแต่ตำรวจคอยดูแลความสงบ .... ผมดีใจมาก ผมเจอคนที่มีความคิดเหมือนกันแล้ว .. นั่นจึงเป็นแรงบันดาลใจให้ผมรู้สึกว่าผมไม่ได้โดดเดี่ยว และการรวมโลกเป็นสิ่งที่สามารถพูดได้อย่างเปิดเผย … จากนั้นมา ผมก็ผูกผ้าคาดหัว เขียนข้อความสนับสนุนการรวมโลกเข้าห้องฝึกอบรมเกือบทุกวัน

กลับมาเมืองไทย ทีแรกผมเริ่มไม่กล้าประกาศชัดเจนนัก แต่ก็ค่อยๆ กล้ามากขึ้นเรื่อยๆ .... อันที่จริงเหตุที่ทำให้ช่วงหลังมานี้ผมกล้าทำตัวเด่นแบบประหลาดๆ และประกาศว่าเป็นการกระทำเพื่อรวมโลกอย่างชัดเจนก็เพราะผมเข้าใจลึกซึ้งในหลักธรรมและเข้าใจผลลัพธ์ของการรวมโลกดียิ่งขึ้น

หลักธรรมที่ผมประจักษ์ได้ด้วยตัวเองก็คือ “ไร้อยาก = ไร้ทุกข์” “ทำดี = มีสุข” .... เมื่อผมรับได้กับทุกสภาพตามความเป็นจริงของมันผมจึงหมดความกังวลว่าผมจะมีความทุกข์ และผมก็รู้ตัวว่าการที่ผมทำตัวแปลกๆ นี้ก็เพื่อให้บรรลุผลแห่งการรวมโลกอันจะทำให้เกิดสภาพที่ดีขึ้นสำหรับตัวผมและทุกคนบนโลก ..... หลักธรรมนี้เป็นงานรณรงค์อีกอย่างหนึ่งของผม เพราะเห็นว่าจะช่วยให้ทุกคนมีความสุขได้โดยไม่ขึ้นกับภาวะใดๆ ... ผมเองก็ยังสุขได้แม้จะยังรวมโลกไม่สำเร็จ … ผมเคยเรียกธรรมะนี้ ว่า “ธรรมนุษย์” ของ “ศาสนาโลก”

ส่วนผลลัพธ์ที่ผมเล็งเห็นได้จากการรวมโลกที่ผมเข้าใจมากขึ้นก็คือ การรวมโลกจะทำให้คนทั้งโลกรักกัน รักสังคมโลก รักคนทั้งโลก ซึ่งจะเป็นผลดีกับทุกชีวิต ผมได้เริ่มเข้าใจว่าผู้นำและทหารที่ทำหน้าที่อยู่ไม่ได้มุ่งขัดขวางการรวมโลก เขาเพียงต้องทำหน้าที่เพื่อรักษาสันติสุขในประเทศตามที่เขาคิด เป้าหมายของการสอนให้รักชาติคือให้รักสังคม ไม่ใช่ทำเพื่อตัวเองคนเดียว ส่วนความเกลียดชังชาติอื่นนั้นเป็นเพียงผลพวงที่เกิดตามมาเอง ... และจากธรรมะที่ยึดถือทำให้ผมพบว่าคนเราทำตามความรู้ที่ตนมี โลกนี้ไม่มีคนเลว มีแต่คนคิดถูกทำถูกและคนคิดผิดทำผิด ซึ่งสิ่งที่เขาคิดนั้นมาจากความรู้ที่สั่งสมมา ถ้ารู้อย่างถูกต้อง (ความจริง) ก็ทำได้ถูกต้อง ถ้ารู้ผิดๆ (ความเชื่อ) ก็อาจจะทำในสิ่งที่ผิด ดังนั้น ผมจึงมั่นใจว่าหากมีหนทางใดที่จะให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ทุกคนได้แล้ว ทุกคนก็สามารถรู้ซึ้งถึงข้อดีและความจำเป็นของการรวมโลกได้

การรวมโลก จึงไม่ใช่เป้าหมายของผมคนเดียว แต่เป็นเป้าหมายที่สุดท้ายมนุษย์ทุกคนบนโลกจะเห็นด้วยตามหลักเหตุผลแห่งความรู้ที่ถูกต้อง ... สิ่งที่ผมทำอยู่นี้แม้จะทำด้วยเหตุบันดาลใจเฉพาะตัว แต่ก็ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของผมคนเดียว .. เป็นสิ่งที่จะบังเกิดประโยชน์แก่ทุกคน และไม่ให้โทษกับใคร

จากประสบการณ์ที่ผมได้เห็นคนหลากหลายประเภทและความคิดความเชื่อของเขาทำให้ผมพอจะเข้าใจถึงความพร้อมของการรวมโลก ... วันนี้คนอาจยังไม่พร้อมที่จะรวมกันทั้งโลก .. แต่ถ้าคิดอีกมุมหนึ่ง ถ้าโลกมีเพียงประเทศเดียวแล้วความคิดของคนเหล่านี้ก็จะเปลี่ยนไปตามความรู้ที่ได้รับจากผู้อื่น … ดังนั้น ผมก็จะยังพยายามรวมโลกไปเรื่อยๆ เท่าที่ผมทำได้ โดยพิจารณาสภาพความเป็นจริงว่าขณะนี้ผมสามารถทำได้แค่ไหน ชาวโลกมีความพร้อมแค่ไหน โดยจะพยายามให้การรณรงค์นี้สร้างความเดือดร้อนแก่ชาวโลกและตัวผมเองอย่างน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย

การที่ทุกวันนี้ยังไม่เห็นมีใครตื่นตัวรวมโลกจริงจัง (มีนะครับ ไม่ใช่ไม่มี ผมเจออยู่หลายเว็บไซต์ แต่อยู่ต่างประเทศหมด) ดูเหมือนว่าคนส่วนใหญ่ยังรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องไกลตัว จริงๆ แล้วผลเสียจากการแบ่งประเทศบนโลกไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยนะครับ เราได้รับผลกระทบอยู่แทบทุกขณะ ส่วนคนที่เห็นผลกระทบชัดเจนแต่คิดว่าเรื่องรวมโลกมันยากเกินฝัน (เช่นคนชนบทอยู่ตามชายแดน) ผมก็จะพยายามทำให้เห็นว่าการรวมโลกไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรง หากหลายๆ คนบนโลกร่วมมือร่วมใจกัน

ถึงตอนนี้ผมได้ทำอะไรไปเยอะมากแล้ว (แม้ว่าจะเห็นผลน้อยมาก) เดินห้อยป้ายรวมโลกไปทำงานแทบทุกวัน เคยไปประกาศความคิดในสวนจตุจักร หน้าเซ็นทรัล หน้าสำนักงานสหประชาชาติ (อันนี้ถือเป็นงานใหญ่ที่สุดของผม) ผมได้แสดงความคิดและตัวตนที่แท้จริงจนเกือบจะเรียกว่าไม่ต้องปิดบังอะไรอีกแล้ว และผลก็คือผมยังอยู่สบายดี ตำรวจไม่จับ และไม่มีใครลอบทำร้าย แค่นี้ผมก็ถือว่าผมประสบความสำเร็จพอสมควรแล้วแหละ ขอแค่ได้ทำก็รู้สึกดีแล้ว ไม่สิ ยังเปี่ยมด้วยความหวังว่าจะบรรลุผลได้ในช่วงชีวิตนี้

การที่ผมได้ทำตัวเปิดเผยก็ทำให้ผมรู้สึกปกติขึ้นหน่อย แต่ก็ไม่ปกติดีซะทีเดียวหรอกนะครับ คนที่ทำงานและเพื่อนๆ ยังดูเหมือนรับผมได้ดี แต่ก็มีคนใกล้ชิดหลายคนที่พยายามขอให้ผมเลิกทำเช่นนี้ (เขียนข้อความติดเสื้อ ใส่หัวลูกโลก) ... ผมอาจจะต้องเลิกจริงๆ เพื่อให้เขาสบายใจ ... และผมก็เริ่มเห็นแล้วว่า ความพยายามเขียนข้อความติดเสื้อทุกวันดูเหมือนจะไม่สามารถทำให้ใครมาช่วยรวมโลกได้เลย .. เพราะเขามองว่าผมไม่ปกติมั้ง .. (อันที่จริงผมว่าเขาไม่ปกตินะ ... ผมอุตส่าห์เป็นตัวตั้งตัวตีให้อย่างชัดเจนแล้ว ยังไม่ยอมมาร่วมอีก) .... จริงๆ แล้ว ที่ทำตัวได้อย่างทุกวันนี้ก็ไม่ใช่จะมั่นใจเต็มร้อยสักเท่าไรหรอกนะครับ .. ในบางอารมณ์ผมก็ไม่กล้าหยิบหัวลูกโลกมาสวมหรอก ต้องมีการ build อารมณ์กันพอสมควร

และนี่ก็คือความจริงส่วนหนึ่งในใจของชายผู้มุ่งหมายรวมโลกที่ได้รวบรวมขึ้นเป็นครั้งแรก และขอบอกให้ท่านได้รับทราบไว้เพื่อความเข้าใจกัน .. ถ้าท่านจะอธิบายในส่วนของท่านว่าทำไมท่านจึงไม่ร่วมด้วยช่วยกันให้ผมได้ทราบมั่งก็จะเป็นพระคุณ ...

สุดท้ายนี้ ขอเรียกร้องให้หยุดเถิด หยุดแบ่งเขาแบ่งเราแบ่งโลกแบ่งมนุษย์ หยุดความเกลียดชัง ความหวาดระแวง ร่วมปลูกจิตสำนึกว่าเราคือมนุษย์ด้วยกัน และเรารักกันทั้งโลก

ลูกโลกกงจักร 15 พ.ย. 2550


++++++++++ Last update: 28 มกราคม 2551 ++++++++++
************************************

ค้นหาสิ่งดีๆ บนโลกด้วย Google
กงจักร ใจดี รับงานบริการดังนี้ครับ
(Updated ณ วันที่ 27 มี.ค. 55)

1. รับปรึกษาปัญหาทาง E-mail ฟรี
- ภาษาอังกฤษ (สนทนา)
- คอมพิวเตอร์ (อินเตอร์เน็ต)
- GIS, Remote Sensing, GPS -- ArcView, ArcGIS, Erdas Imagine

2. รับแปลเอกสาร ไทย-อังกฤษ อังกฤษ-ไทย

ตัวอย่างผลงานแปล

หมายเหตุ
+ รับส่งงานทาง e-mail
+ ค่าแปล หน้าละ 100 บาท (อังกฤษ-ไทย) และ 150 บาท (ไทย-อังกฤษ)


3. รับประมวลผลภาพถ่ายจากดาวเทียม และทำแผนที่ด้วยระบบภูมิสารสนเทศ (GIS)

หมายเหตุ
+ ลักษณะงานที่ทำได้ เช่น ปรับแก้ค่าพิกัดภาพดาวเทียม ตัดต่อภาพดาวเทียม แปลตีความภาพถ่ายดาวเทียม วิเคราะห์และประเมินพื้นที่ สร้างชั้นข้อมูลจากภาพแผนที่ จัดทำแผนที่ Layout
+ หากสามารถรับส่งงานทาง e-mail ได้จะเป็นการดีมาก
+ ค่าบริการตามตกลง (เฉลี่ยคิดตามชั่วโมงทำงาน ชั่วโมงละ 100 บาท)

4. รับเป็นวิทยากรบรรยายหรือฝึกอบรมเกี่ยวกับ ระบบภูมิสารสนเทศ (GIS, GPS, RS) ภาวะโลกร้อน การรวมโลก วิทยาศาสตร์ทั่วไป หลักธรรมะ
+ ค่าบริการตามตกลง


สนใจโทร 084-7043345
e-mail: goodjai@yahoo.com
***** บริการด้วยอุดมการณ์ "รักโลกทั้งใบ .. รักคนทั้งโลก"

ประวัติการรับงาน
- เป็นวิทยากรบรรยายในโครงการฝึกอบรม "โครงการกิจกรรมการเรียนรู้เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม" แก่นักศึกษา กศน. ห้วยขวาง ที่ จ.กาญจนบุรี วันที่ 31 ม.ค. 2552
- สอนภาษาอังกฤษคุณ A, B, C, :D, ฯลฯ
- ทำแผนที่ GIS ชั้นน้ำมันใต้ดิน 3 มิติ
- ทำแผนที่พื้นที่ป่าไม้และวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงเนื้อที่
- ตัดต่อและแปลภาพถ่ายดาวเทียมพื้นที่เกิดดินถล่ม
- ประมวลผลชั้นข้อมูล GIS ในพื้นที่ศึกษาดินถล่ม
- สอนการลงโปรแกรม การสร้างชั้นข้อมูลหอพัก การหาระยะทาง การทำ Hotlink
- เป็นวิทยากรบรรยาย เรื่อง "การประยุกต์ใช้ GIS ในงานธุรกิจสินเชื่อและอสังหาริมทรัพย์" ที่ ม.รังสิต (ตึก TST) 19 พ.ค. 2552
- ขาย CD/DVD รวมคลิปวีดีโอวิทยาศาสตร์ที่ดาวน์โหลดจาก Youtube
- ซ่อมคอมพิวเตอร์
- รับจ้างทำข้อมูล GIS ในพื้นที่รับน้ำ (ประมาณ 60 ตร.กม. หรือ 37,500 ไร่) สำหรับอ่างเก็บน้ำห้วยนา จ.เพชรบูรณ์
- สอน Erdas + ArcPad + ArcView + แปลภาพดาวเทียม Spot
- สอนการนำข้อมูลการสำรวจปริมาณฝุ่นในกรุงเทพ ลง ArcView และ Google Earth
- แปลงานภาษาอังกฤษ จำนวนมาก